บาคาร่าออนไลน์

สูตรเดินเงินบาคาร่า 1-3-2-4 ทั่วโลกเลือกใช้ ดีที่สุด เพิ่มโอกาสชนะ

สูตรเดินเงินบาคาร่า 1-3-2-4 ทั่วโลกเลือกใช้ ดีที่สุด เพิ่มโอกาสชนะ

สำหรับสูตรเล่น บาคาร่าออนไลน์ สูตรหนึ่งที่จำเป็นต้องนำไปใช้ร่วมกับการเดาทางไพ่ คือเทคนิคการเดินเงินนั่นเอง บทความนี้เราจะมาพูดถึง สูตรเดินเงิน 1324 เป็นเทคนิคที่ใช้อยู่ทั่วโลกและใช้มานานพอสมควร จากการทดลองแล้วยังพบเป็นเทคนิคที่ดี และใช้ได้จริง ดีกว่าการวางเดิมพันแบบไม่มีทิศทาง ไม่มีความชัดเจนในการวางเงิน การเลือกใช้สูตร 1324 จะตัวช่วยได้มากให้มีความปลอดภัยสำหรับการวางเดิมพัน

กลยุทธ์ 1-3-2-4 คืออะไร

การเดินเงินตามสูตร 1324 มีการใช้มานานพอสมควรและแพร่หลายทั่วโลก เป็นสูตรบริหารเงินที่เหมาะจะใช้กับเกมพนันแบบผลแพ้ชนะเป็น 50:50 หรือการลงเดิมพันที่ชนะได้ผลตอบแทน 1 เท่า แพ้ก็เสีย 1 เท่า ซึ่งเกมบาคาร่าเป็นเกมเดิมพันที่มีรูปแบบเกือบจะเป็น 50:50 ตามความน่าจะเป็นดังนี้

  • ฝั่งแบงเกอร์ มีโอกาสออกประมาณ 45.9%
  • ฝั่งเพลเยอร์ มีโอกาสออกประมาณ 44.6%
  • ฝั่งเสมอ มีโอกาสออกประมาณ 9.5%

เมื่อดูความน่าจะเป็นผลออกไพ่บาคาร่า เห็นว่าผลเกมฝั่งแบงเกอร์และเพลเยอร์ มีโอกาสออกใกล้ 50:50 เมื่อเลือกใช้สูตร 1324 จึงเหมาะที่จะเลือกเล่นฝั่งแบงเกอร์กับเพลเยอร์เท่านั้น ไม่ควรเลือกเล่นฝั่งเสมอ

ในระยะยาวการเลือกเดิมพันฝั่งแบงเกอร์ เป็นทางเลือกที่ดี เพราะมีโอกาสออกมากกว่าฝั่งเพลเยอร์ แต่นั่นคือในระยะยาวเท่านั้น หากเป็นระยะสั้น เมื่อดูเปอร์เซ็นต์การออกผล แทบจะไม่มีผลกับเกมหรือใช้วัดอะไรได้เลย ยังไงเกมไพ่ก็ต้องมีการออกฝั่งเพลเยอร์บ้าง ไม่เช่นนั้นผู้เล่นคงเดาทางออกกันหมด เพราะฉะนั้นนอกจากการเดินเงินยังต้องดูสถิติควบคู่ไปด้วยเสมอ อีกทั้งการเลือกห้องเล่นก็จำเป็นไม่แพ้กัน

อัตราการจ่ายเมื่อชนะ

  • แทงฝั่งแบงเกอร์ อัตราการจ่ายอยู่ที่ 0.95 เท่า
  • แทงฝั่งเพลเยอร์ อัตราการจ่ายอยู่ที่ 1 เท่า

แน่นอนว่าคาสิโนจำเป็นต้องเก็บค่าคอมเมื่อแทงแบงเกอร์ชนะ 5% เพราะโอกาสที่จะออกแบงเกอร์มีมากกว่าเพลเยอร์

การเดินเงินตามสูตร 1324 มีการใช้มานานพอสมควรและแพร่หลายทั่วโลก เป็นสูตรบริหารเงินที่เหมาะจะใช้กับเกมพนันแบบผลแพ้ชนะเป็น 50:50 หรือการลงเดิมพันที่ชนะได้ผลตอบแทน 1 เท่า แพ้ก็เสีย 1 เท่า ซึ่งเกมบาคาร่าเป็นเกมเดิมพันที่มีรูปแบบเกือบจะเป็น 50:50 ตามความน่าจะเป็นดังนี้

  • ฝั่งแบงเกอร์ มีโอกาสออกประมาณ 45.9%
  • ฝั่งเพลเยอร์ มีโอกาสออกประมาณ 44.6%
  • ฝั่งเสมอ มีโอกาสออกประมาณ 9.5%

เมื่อดูความน่าจะเป็นผลออกไพ่บาคาร่า เห็นว่าผลเกมฝั่งแบงเกอร์และเพลเยอร์ มีโอกาสออกใกล้ 50:50 เมื่อเลือกใช้สูตร 1324 จึงเหมาะที่จะเลือกเล่นฝั่งแบงเกอร์กับเพลเยอร์เท่านั้น ไม่ควรเลือกเล่นฝั่งเสมอ
ในระยะยาวการเลือกเดิมพันฝั่งแบงเกอร์ เป็นทางเลือกที่ดี เพราะมีโอกาสออกมากกว่าฝั่งเพลเยอร์ แต่นั่นคือในระยะยาวเท่านั้น หากเป็นระยะสั้น เมื่อดูเปอร์เซ็นต์การออกผล แทบจะไม่มีผลกับเกมหรือใช้วัดอะไรได้เลย ยังไงเกมไพ่ก็ต้องมีการออกฝั่งเพลเยอร์บ้าง ไม่เช่นนั้นผู้เล่นคงเดาทางออกกันหมด เพราะฉะนั้นนอกจากการเดินเงินยังต้องดูสถิติควบคู่ไปด้วยเสมอ อีกทั้งการเลือกห้องเล่นก็จำเป็นไม่แพ้กัน

อัตราการจ่ายเมื่อชนะ

  • แทงฝั่งแบงเกอร์ อัตราการจ่ายอยู่ที่ 0.95 เท่า
  • แทงฝั่งเพลเยอร์ อัตราการจ่ายอยู่ที่ 1 เท่า

แน่นอนว่าคาสิโนจำเป็นต้องเก็บค่าคอมเมื่อแทงแบงเกอร์ชนะ 5% เพราะโอกาสที่จะออกแบงเกอร์มีมากกว่าเพลเยอร์

นำสูตร 1-3-2-4 ไปใช้อย่างไร

แบ่งการเดิมพันเป็น 4 ไม้

  • ไม้ที่ 1 ลงเดิมพัน 1 หน่วย
  • เมื่อเดิมพันชนะไม้แรก ในไม้ที่ 2 ลงเดิมพัน 3 หน่วย
  • เมื่อเดิมพันชนะไม้ที่ 2 ในไม้ที่ 3 ลงเดิมพัน 2 หน่วย
  • เมื่อเดิมพันชนะไม้ที่ 3 ในไม้ที่ 4 ลงเดิมพัน 4 หน่วย
  • นั่นคือเมื่อเดิมพันชนะให้วางเดิมพันต่อตามลำดับ 1-3-2-4
  • แต่ถ้าเดิมพันแพ้ที่ไม้ไหน ไม้ต่อไปให้กลับไปเริ่มต้นใหม่ที่ 1 หน่วย
  • หากเดิมพันชนะรวด 4 ไม้ ในไม้ต่อไปก็ให้กลับมาเริ่มที่ 1 หน่วยใหม่ โดยหากชนะ 4 ไม้ ผู้เล่นจะได้กำไรถึง 10 หน่วย

อธิบายผลได้ เสีย ให้ละเอียดมากขึ้น ตัวอย่าง 1 หน่วย เท่ากับ 1 บาท

ไม้ที่ 1 ลงเงินเดิมพัน 1 บาท

  • หากชนะได้กำไร 1 บาท
  • กำไรสะสม 0 บาท เพราะเป็นไม้แรก
  • หากแพ้เสียเงินทุน 1 บาท

ไม้ที่ 2 ลงเงินเดิมพัน 3 บาท

  • หากชนะได้กำไร 3 บาท
  • กำไรสะสม 4 บาท นั่นคือกำไรรวมจากการแทงถูก 2 ไม้ติดกัน
  • หากแพ้เสียเงินทุน 2 บาท นั่นคือ หักจากกำไรไม้แรก 1 บาท ทำให้เสียทุนไป 2 บาท

ไม้ที่ 3 ลงเงินเดิมพัน 2 บาท

  • หากชนะได้กำไรเพิ่มอีก 2 บาท
  • กำไรรวมเป็น 6 บาท
  • หากแพ้จะเสียเงินทุน 0 บาท เพราะว่ายอดเดิมพันในไม้นี้เป็นยอดเงินจากนำกำไรมาเล่น
  • เมื่อแพ้ยังเหลือกำไรอีก 2 บาท จากกำไรสะสมตาที่แล้วที่ได้อยู่ 4 บาท เสียไป 2 บาท ก็ยังเหลือกำไรอีก 2 บาท

ไม้ที่ 4 ลงเงินเดิมพัน 4 บาท

  • หากชนะได้กำไรเพิ่มอีก 4 บาท
  • กำไรรวมเป็น 10 บาท
  • หากแพ้จะเสียเงินทุน 0 บาท เพราะว่ายอดเดิมพันในไม้นี้เป็นยอดเงินจากนำกำไรมาเล่น
  • เมื่อแพ้ยังเหลือกำไรอีก 2 บาท จากกำไรสะสมตาที่แล้วที่ได้อยู่ 6 บาท เสียไป 4 บาท ก็ยังเหลือกำไรอีก 2 บาท
สูตรนี้โอกาสเสียมีน้อย

สูตรนี้โอกาสเสียมีน้อย

หลังจากศึกษาวิธีวางเดิมพันด้วยสูตร 1324 แล้วจะเห็นได้ว่า ความเสี่ยงในการวางเดิมพันจะอยู่ที่การวางเดิมพันไม้แรกและไม้ที่ 2 เท่านั้น หากมีการเดาทางไพ่บาคาร่าที่ดี ให้ชนะเกมติดกัน 2 ครั้งได้ สำหรับเกมต่อไปในตาที่ 3 และ 4 ถึงแม้จะแพ้ ก็ยังได้กำไร 2 หน่อย เสมอ และถ้าชนะไม้ที่ 3 กับ 4 ผลกำไรที่ได้จะสูงมาก ซึ่งเห็นได้ว่าด้วยสูตรนี้มีโอกาสได้ผลกำไรอย่างน้อย 2 หน่วย อย่างมาก แม้ว่าจะแพ้ในไม้ที่ 3 กับ 4 ก็ตาม

ลองวิเคราะห์กลยุทธิ์

  • สูตรนี้จะเห็นผลดีเมื่อ
  • ขอแค่ชนะติดกัน 2 ตาขึ้นไป
  • ยิ่งชนะติดกันมาก ยิ่งได้ผลตอบแทนทวีคูณ
  • สูตรนี้จะเกิดผลเสียเมื่อ
  • แพ้-ชนะ สลับกัน บ่อยๆ โดยรวมๆแล้วแพ้มากกว่าชนะ
  • แพ้ติดๆกัน 2 ครั้งบ้าง 3 ครั้งบ้าง

สรุป เมื่อลองใช้สูตร 1324 จะพบว่ามีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ เพียงแค่ผู้เล่นพยายามหาจังหวะชนะติดกัน 2 ตา จาก 4 ตา ผู้เล่นก็จะได้ผลตอบแทน 2 หน่วย ซึ่งโอกาสชนะติดกัน 2 ครั้ง ก็เป็นสิ่งที่เป็นได้ไม่ยากนัก สำหรับผู้เล่นที่พอมีประสบการณ์ และถึงแม้ว่าผู้เล่นเสียเงินก็จะเสียเพียง 1 ถึง 1 หน่วยเท่านั้น เชื่อได้ว่าด้วยสูตรเดินเงินนี้จะทำให้ผู้เล่นมีโอกาสชนะมากกว่าการเล่นแบบไม่วางแผนไว้ก่อน และช่วยให้ผู้เล่นทำกำไรได้อย่างแน่นอน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *